
ปัจจุบันกล้องอินฟราเรด ได้มีการนำมาประยุกต์ใช้หลายด้านเช่น การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ,การวิจัย และพัฒนาเกี่ยวกับ Robot Vision และอุตสาหกรรมภาพยนต์ และถ้าเราพูดถึงความสัมพันธ์ ระหว่างทฤษฏี การแผ่รังสีอินฟาเรดกับความร้อน หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วมีสัมพันธ์กันอย่างไร และทำไมอินฟราเรด สามารถตรวจสอบหาความร้อนได้ บทความนี้จะนำคุณไปรู้จักกับรังสีอินฟราเรด กล้องร้อนอินฟราเรดมีหลักการอย่างไร และเราสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานอุตสาหกรรมอะไiได้บ้าง ปัจจุบันกล้องอินฟราเรดได้รับความนิยมอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ล่วงหน้า (Predictive Maintenance) เนื่องจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ต่างเห็นว่า การบำรุงรักษาแบบแก้ไข (Corrective Maintenance) ไม่เพียงพอต่องานบำรุงรักษาในปัจจุบัน ที่มีต้นทุนและมีการแข่งขันสูง ประกอบกับ กล้องอินฟราเรดได้รับการพัฒนาให้มีขนาดเล็กลง ง่ายต่อการใช้งาน แ ต่มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้นในขณะที่ราคากลับต่ำลงกว่าในอดีตมากทำให้โรงงาน ขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถซื้อหาได้ งานบำรุงรักษาเชิงคาด การณ์/เชิงป้องกัน การ บำรุงรักษาเชิงป้องกัน สามารถนิยามได้หลายอย่างหลายรูปแบบ แต่โดยรวมแล้ว เป็นการจัดการตามระยะเวลา หรืออาจอธิบายได้อีกนัยหนึ่งว่า เป็นงานที่อยู่บนพื้นฐานของเวลา หรือชั่วโมงของการปฏิบัติงาน โดยใช้ข้อมูลที่ได้จากบริษัท ผู้ผลิตหรือการใช้ข้อมูลทางด้านสถิติที่จัดทำขึ้น การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ล่วงหน้า เป็น โปรแกรมบำรุงรักษาในลักษณะที่ขึ้นอยู่กับสภาพ คือแทนที่จะบำรุงรักษาตามเวลา ตามคู่มือแนะนำของบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักร ซึ่งมักจะแนะนำการดูแลรักษาตามสถิติ เช่น ค่า MTTF (Mean Time to Failure) แต่การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ จะใช้ข้อมูลจริงจากการทำงาน การใช้งาน จริงโดยการตรวจสอบการทำงานโดยตรง เพราะเครื่องจักรแบบเดียวกัน อาจจะต้องรับภาระโหลดและทำงาน สภาพแวดล้อมที่ต่างกัน การ บำรุงรักษาเชิงป้องกันและเชิงคาดการณ์ทั้ง 2 วิธีการล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานการตรวจสอบเครื่องจักรอุปกรณ์ที่เป็นจุดสำคัญ ๆ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ความสำเร็จของงานขึ้นอยู่กับการออกแบบพัฒนาเส้นทางการตรวจสอบ ( Inspection Route) โดยการกำหนดความถี่, ลำดับ และวิธีการให้แก่เครื่องจักรอุปกรณ์ที่จะตรวจสอบ ข้อดีของการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์/เชิงป้องกัน การ บำรุงรักษาแบบคาดการณ์ล่วงหน้าที่ถูกต้อง รวมถึงการใช้กรรมวิธีการตรวจวัดในเชิงคาดการณ์ล่วงหน้า จะทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาลงไปได้ 30 % ถึง 50 % ประโยชน์ส่วนใหญ่ของการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ ์/เชิงป้องกัน มีดังนี้
1.ลดการหยุดการทำ งานของเครื่องจักร แบบไม่มีการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์/เชิงป้องกันลงได้ • 40% ถึง 60% ในสองปีแรก • 90% ภายในเวลา 5 ปี
2.เพิ่ม ประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่บำรุงรักษา ตามสถิติเจ้าหน้าที่บำรุงรักษามีเวลาทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรเพียง 2 ชั่วโมง ต่อการทำงาน 8 ชั่วโมง เพราะมีงานที่ต้องแก้ไขปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร ภายในสายการผลิตอยู่เป็นประจำ ทั้ง ๆ ที่งานเหล่านี้จะลดลงทันทีหากมีการจัดทำ การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์/เชิงป้องกัน ทำให้เวลาทำงานที่ไม่ใช่งานแก้ไขของเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้น 75% ถึง 85%
3.เพิ่มผล ผลิต • 15% ถึง 40% ใน 1 ถึง 3 ปี • 75% ถึง 80% ในระยะยาว .
4.ลด ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ด้วยบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์/เชิงป้องกัน บางครั้งจะพบว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 10% ถึง15% ในช่วงแรก เนื่องจากการตรวจพบสิ่งบกพร่องต่างๆ แต่เมื่อข้อบกพร่องได้รับการแก้ไข ค่าใช้จ่ายจะลดลงได้ 35% ถึง 60%
5.เพิ่ม อายุการใช้งานของเครื่องจักร ด้วยการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์/เชิงป้องกัน ทำให้ค้นพบจุดบกพร่องเล็ก น้อย ต่าง ๆ ในเครื่องจักรของระบบผลิต เมื่อแก้ไขปรับแต่งสม่ำเสมอ ทำให้อายุการใช้งานของเครื่องจักรยาวนานขึ้น.
|