You are here: Home ข้อมูล-ข่าวสาร ประโยชน์กล้อง ถ่ายภาพความร้อนกับงานด้านอุตสาหกรรม
Decrease font size  Default font size  Increase font size 
ประโยชน์กล้อง ถ่ายภาพความร้อนกับงานด้านอุตสาหกรรม PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน 2010 เวลา 04:01 น.
ประโยชน์กล้องถ่ายภาพความร้อนกับ งานด้านอุตสาหกรรม และ ความละเอียดของภาพความร้อน

ประโยชน์กล้อง ถ่ายภาพความร้อนกับงานด้านอุตสาหกรรม

ประโยชน์กล้องถ่าย ภาพความร้อนกับงานด้านอุตสาหกรรม

* ลดความเสียหายที่เกิดจากเครื่องจักรหยุดทำงาน
* ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง เครื่องจักร
* สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของทีม งานซ่อมบำรุง
* ลดความสิ้นเปลืองจากการสูญ เสียพลังงาน
* สามารถยืนยันได้ว่าการซ่อม บำรุงได้ถูกกระทำอย่างถูกต้อง
* ลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย
* สามารถจัดลำดับความเร่งด่วนใน การซ่อมบำรุง ประหยัดเวลา
* แสดงจุดที่เป็นปัญหาได้อย่าง แม่นยำ และลดปัญหาการซ่อมบำรุง
* สามารถลดเบี้ยประกันภัยของโรง งานลงได้ ในด้านวินาศภัย หรือ
อัคคีภัย
ยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งทางด้านไฟฟ้า และอื่น ๆ
* สามารถเตรียมอะไหล่ไว้ล่วง หน้าได้
* สามารถแก้ไขปัญหาได้ออย่าง เร่งด่วน

ตัวอย่าง : การนำกล้องถ่ายภาพความร้อนไปใช้ในงานตรวจสอบ

การนำงานกล้องถ่ายภาพความร้อนไปประยุกต์ใช้ตรวจสอบสภาพสายส่งของการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค (โดยมีการระดับความเร่งด่วนในการซ่อมบำรุงตามมาตรฐาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) กล่าวคือ

1. อุณหภูมิ 0 - 30 C แก้ไขตามกำหนดการ
2. อุณหภูมิ 30 - 60 C แก้ไขภายในระยะเวลา 1 เดือน
3. อุณหภูมิที่สูงกว่า 60 C แก้ไขเร่งด่วนภายใน 1-2 วัน

ความละเอียดของภาพความร้อนมีความสำคัญอย่างไร?

 

ำไมจึงต้องให้ความสำคัญในเรื่องของความละเอียด ของภาพความร้อน ?                                      

เพราะ ค่าความละเอียดของภาพความ ร้อนมีผลต่อค่าความถูกต้อง (accuracy) ของการวัดอุณหภูมิ ซึ่งวัตถุประสงค์ในการใช้กล้อง
ถ่ายภาพความร้อนก็ต้องการวัดค่าอุณหภูมิของวัตถุที่ตำแหน่งต่าง ๆ การวัดค่าอุณหภูมิเป็นการหาค่าเชิงปริมาณ  (Quantitative) และแน่นอนสิ่งที่ ต้องการควบคู่กันกับการทราบค่าอุณหภูมิก็คือต้องการค่าการวัดที่มีค่าความ ถูกต้อง (accuracy) สูง การ จะได้ค่าการวัดอุณหภูมิผิวของวัตถุจากการถ่ายภาพความร้อนให้ได้ค่าความถูก ต้องสูงนั้นพื้นที่ของวัตถุนั้นต้องประกอบด้วยภาพความร้อนไม่น้อยกว่า 9 pixels (3 x 3 pixels) หากตำแหน่งพื้นที่ที่ต้องการวัดค่าอุณหภูมินั้นมีจำนวน thermal pixel น้อยกว่า 9 pixels ค่า อุณหภูมิที่อ่านค่าได้จะมีความถูกต้องลดลงเนื่องจากค่าอุณหภูมินั้นเป็นค่า เฉลี่ยของพื้นที่หรือของวัตถุนั้นและค่าอุณหภูมิของ pixel (background)ที่อยู่รอบๆ

หากพื้นที่ที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์ค่าอุณหภูมิหากมี จำนวน pixels ที่มากกว่าก็จะให้ค่าความถูกต้องในการวัดที่สูงกว่าพื้นที่ที่มี จำนวน pixels น้อยกว่า  การ ใช้งานกล้องถ่ายภาพความร้อนนอกจากต้องการวัดค่าอุณหภูมิซึ่งเป็นการวัดใน เชิงปริมาณแล้ว ยังต้องการภาพที่มีความละเอียดเพียงพอต่อการวิเคราะห์ในเชิงคุณภาพ (Qualitative)  การ ได้ภาพความร้อนที่คมชัดที่สามารถแสดงลักษณะโครงสร้างของวัตถุ รายละเอียดของส่วนประกอบต่าง ๆ และความแตกต่างอย่างเด่นชัดจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถระบุตำแหน่งและ วิเคราะห์ภาพความร้อนหรือปัญหาที่เกิดขึ้นง่ายยิ่งขึ้นโดย เฉพาะงานถ่ายภาพความร้อนวัตถุหรือชิ้นงานที่มีขนาดเล็กมาก เช่น แผงวงจรไฟฟ้า งานตรวจสอบอาคารด้านอนุรักษ์พลังงานงานเหล่านี้หากภาพความร้อนที่ได้มีความละเอียดของ ภาพต่ำจะวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ยากลำบาก

 

Spatial Resolution (Distance : Spot)

กล้องที่มีความ ละเอียดของภาพความร้อนหรือมีจำนวน thermal imaging pixel มากจะให้ภาพที่มีความคมชัดมากกว่ากล้องที่มีความละเอียดน้อยกว่า ภาพความร้อน (thermal image or thermogram) ที่มีความคมชัดได้จากกล้องมีจำนวน detector ที่ใช้ในการวัดมากกว่ากล้องที่มีจำนวน detector น้อยกว่า เมื่อเปรียบความแตกต่างของกล้อง 2 ตัว ที่มีจำนวน detector ที่ไม่เท่ากัน ถ่ายภาพความร้อนของวัตถุหนึ่งโดยใช้เลนส์ทีมีระยะโฟกัสขนาดเท่ากัน มีค่า IFOV เท่ากัน กล้องถ่ายภาพความร้อนที่ใช้ detector จำนวน 320 x 240 detector ให้ค่าความละเอียด 76,800 pixels ต่อหนึ่งภาพ และได้ขนาดพื้นที่ที่ถ่ายได้ (ภาพความร้อน) ขนาดเท่ากันกับกล้องที่มีจำนวน 160 x 120 detector ที่ให้ค่าความละเอียด 19,200 pixels สิ่งที่แตกต่างคือกล้องที่ใช้ detector จำนวน 320 x 240 detector จะให้ภาพความร้อนที่คมชัดมากกว่า เนื่องจากมีค่าความละเอียดหรือมีจำนวน pixel มากกว่าถึง 4 เท่า (76,800 / 19,200 = 4 )   ในอีกนัยอาจกล่าวได้ว่าหากต้องการภาพที่มีความคมชัดหรือความ ละเอียดเท่ากันจากกล้อง 2 ตัวที่มีจำนวน detector ไม่เท่ากัน กล้องที่มีจำนวน detector มากกว่าจะสามารถถ่ายได้ในระยะที่ไกลกว่า เช่น ในความละเอียดของภาพความร้อนที่เท่ากัน ที่ระยะถ่ายภาพ 10 เมตร (ระยะห่างวัตถุและกล้อง) กล้องที่ใช้ detector จำนวน 320 x 240 detector สามารถถ่ายภาพที่มีความละเอียดเท่ากับกล้องที่ใช้ detector จำนวน 160 x 120 detector ถ่ายที่ระยะ 5 เมตร ใน กรณีที่ถ่ายจากตำแหน่งหรือระยะเท่ากัน โดยใช้เลนส์ที่มีระยะโฟกัสเท่ากัน ทั้งกล้องที่มีความละเอียดสูงและต่ำกว่าจะได้ภาพความร้อนที่มีขนาดเท่ากัน แต่กล้องที่มีเทคนิคในการสร้างภาพที่ให้ความละเอียด มากกว่า (high resolution enhancement) จะช่วยให้สามารถวิเคราะห์ค่าอุณหภูมิของวัตถุที่มีขนาดเล็กกว่า

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน 2010 เวลา 04:01 น.